วันเสาร์ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2562

บันทึกอนุทินครั้งที่10


    บันทึกอนุทินครั้งที่ 10    


 วันศุกร์  ที่   22     มีนาคม  2562 
    เวลาเรียน  08:30  -  11:30  น .
 อาจารย์ กฤตธ์ตฤณน์  ตุ๊หมาด   

                         สัปดาห์นี้อาจารย์ให้นำเสนอบทความที่หาไว้ครั้งก่อนหน้าชั้นเรียน
           บทความของดิฉันคือ เรื่อง เลี้ยงดูกอย่างไรในสังคมปัจจุบัน











บันทึกอนุทินครั้งที่9

    บันทึกอนุทินครั้งที่ 9     


 วันศุกร์  ที่   15     มีนาคม  2562 
    เวลาเรียน  08:30  -  11:30  น .
 อาจารย์ กฤตธ์ตฤณน์  ตุ๊หมาด   


 ในสัปดาห์นี้อาจารย์สอนเกี่ยวกับคุณธรรม จริยธรรมพื้นฐาน
ความหมายของคำว่า จริยธรรมไว้ในลักษณะที่คล้ายคลึงกัน ดังนี้
“จริยธรรม คือ หลักแห่งการประพฤติ ปฏิบัติที่ดี ที่เหมาะที่ควร” “จริยธรรม คือ หลักคำสอนที่ว่าด้วยแนวทางการประพฤติที่เป็นหลักการและเป็นที่ยอมรับนับถือ” ส่วนความหมายในแง่ของการนำไปสู่การปฏิบัตินั้น จริยธรรม มีความหมายตามที่เข้าใจโดยทั่วไปว่า จริยธรรม เป็นแนวทางที่แสดงให้เห็นถึงวิธีการประพฤติ ปฏิบัติตนให้เป็นคนดี เพื่อประโยชน์สุข


คุณธรรม 8 ประการ  


  1.ขยัน  

      ขยัน คือ ความตั้งใจเพียรพยายามทำหน้าที่การงานอย่างต่อเนื่อง  สม่ำเสมอ

อดทนไม่ท้อถอยเมื่อพบอุปสรรค  ความขยันต้องปฏิบัติควบคู่กับการใช้สติปัญญา
แก้ปัญหาจนเกิดผลสำเร็จตามความมุ่งหมาย
  2. ประหยัด  

      ประหยัด คือ การรู้จักเก็บออมถนอมใช้ทรัพย์สิน สิ่งของแต่พอควรพอประมาณ ให้เกิดประโยชน์คุ้มค่า ไม่ฟุ่มเฟือย

ฟุ้งเฟ้อ
   3. ความซื่อสัตย์  
      ความซื่อสัตย์ คือ ประพฤติตรงไม่เอนเอียงไม่มีเล่ห์เหลี่ยมมีความจริงใจปลอดจากความรู้สึกลำเอียงหรืออคติ
     4. มีวินัย   
       มีวินัย คือ การยึดมั่นในระเบียบแบบแผนข้อบังคับและข้อปฏิบัติ ซึ่งมีทั้งวินัยในตนเองและวินัยต่อสังคม
   5.สุภาพ  

       สุภาพ คือ เรียบร้อย อ่อนโยน ละมุนละม่อม

มีกิริยามารยาทที่ดีงาม มีสัมมาคารวะ
  6.  สะอาด  

       สะอาด คือ ปราศจากความมัวหมองทั้งกาย ใจ

และสภาพแวดล้อม ความผ่องใสเป็นที่เจริญตาทำให้เกิดความสบายใจแก่ผู้พบเห็น
  7.  สามัคคี  
        สามัคคี คือ ความพร้อมเพียงกันความกลมเกลียวกัน ความปรองดองกัน ร่วมใจกันปฏิบัติงานให้บรรลุผลตามที่ต้องการเกิดงานการอย่างสร้างสรรค์ปราศจากการทะเลาะวิวาทไม่เอารัดเอาเปรียบกัน เป็นการยอมรับความมีเหตุผลยอมรับความแตกต่างหลากหลายทางความคิด ความหลากหลายในเรื่องเชื้อชาติความกลมเกลียวกันในลักษณะเช่นนี้ เรียกอีกอย่างว่า ความสมานฉันท์
  8.   มีน้ำใจ  

        มีน้ำใจ คือ ความจริงใจที่ไม่เห็นแก่เพียงตัวเองหรือเรื่องของตัวเอา

แต่เห็นอกเห็นใจเห็นคุณค่าในเพื่อน มนุษย์ มีความเอื้ออาทรเอาใจใส่
ให้ความสนใจในความต้องการ ความจำเป็น ความทุกข์สุขของผู้อื่น
และพร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือเกื้อกูลกันและกัน
                อาจารย์เปิดเพลงสำหรับเด็กให้ฟัง



         และให้จับกลุ่มแสดงบทบาทสมมติเกี่ยวกับคุณธรรมพื้นฐาน8ประการ 4กลุ่มกลุ่มละ 2เรื่อง




วันอาทิตย์ที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2562

บันทึกอนุทินครั้งที่8





    บันทึกอนุทินครั้งที่ 8     


 วันศุกร์  ที่   8       มีนาคม  2562 
    เวลาเรียน  08:30  -  11:30  น .
 อาจารย์ กฤตธ์ตฤณน์  ตุ๊หมาด   
 สอบกลางภาคในรายวิชาการอบรมเลี้ยงดูเด็ปฐมวัย
ผู้สอน อาจารย์ กฤตธ์ตฤณน์  ตุ๊หมาด

บันทึกอนุทินครั้งที่7

    บันทึกอนุทินครั้งที่ 7     


    วันศุกร์  ที่  1  มีนาคม  2562    
    เวลาเรียน  08:30  -  11:30  น .
 อาจารย์ กฤตธ์ตฤณน์  ตุ๊หมาด   



สัปดาห์นี้ไม่มีการเรียนการสอน
เนื่องจากเป็นสัปดาห้ของการสอบปลายภาค
















วันเสาร์ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2562

บันทึกอนุทินครั้งที่6

    บันทึกอนุทินครั้งที่ 6 
เรีบย
วันจัทร์  ที่  25   กุมภาพันธ์  2562
    เวลาเรียน  08:30  -  11:30  น .
 อาจารย์ กฤตธ์ตฤณน์  ตุ๊หมาด   



                      เรียนชดเชยวันที่ 15 กุมภาพันธ์ ซึ่งในวันนีอาจารย์ให้หาบทความเกี่ยวกับการอบรมเลี้ยงดูเด็กปฐมวัย



ฉันเลือกบทความ เรื่อง เลี้ยงลูกอย่างไรในสังคมปัจจุบัน

วิธีเลี้ยงลูกให้เป็นเด็กดีของพ่อแม่และสังคมในยุคปัจจุบันเป็นเรื่องที่ ละเอียดอ่อนและต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษ เพื่อป้องกันไม่ให้เด็กไทย “หัวใจขาดรัก” เกิดขึ้นในอนาคต
         นักวิชาการและจิตเวชเด็กชี้ว่า ช่วงขวบปีแรกของลูกเป็นช่วงเวลาที่สำคัญที่พ่อแม่ควรให้ความรักโอบกอดลูก น้อยให้เต็มที่ เพื่อให้ลูกน้อยรู้สึกอบอุ่นปลอดภัย กลายเป็นเด็กที่มีความรักตนเอง ครอบครัว และคนรอบข้าง และเหนี่ยวรั้งให้เขากลายเป็นเด็กดีไม่ก่อปัญหาให้กับสังคม
         สายใยแห่งรัก
         ทารกที่ได้รับการเลี้ยงจากปู่ย่าตายาย หรือพ่อแม่อย่างเต็มที่จนเกิดสายใยแห่งรักในช่วงขวบปีแรกเป็นสิ่งที่สำคัญ มากๆ เพราะความทรงจำและความรู้สึกของเด็กเมื่อโตขึ้น เด็กจะรักคนเป็น รู้สึกเคารพผู้อื่น เข้าอกเข้าใจผู้อื่น แต่สำหรับเด็กที่ขาดรักจะมีพฤติกรรมไม่สนใจใคร รักแค่ตัวเอง กล้าทำสิ่งที่ละเมิดสิทธิพ่อแม่ เพราะเด็กไม่เกิดความรัก ทำให้เด็กสามารถทำร้ายพ่อแม่ได้พญ.สุนิดา โสภณนรินทร์ จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น กล่าวว่า เด็กแรกเกิดแม้ยังเล็กมาก แต่เขาสามารถซึมซับและจดจำความรักความอบอุ่นที่เขาเคยได้รับได้
 “เด็กอายุ 0-1 ขวบ เราฟูมฟักใส่ใจอย่างดี ผู้เลี้ยงดูกับเด็กจะเกิดความผูกพันรู้ใจซึ่งกันและกัน ต้องผ่านการสะสมทีละเล็ก สิ่งที่เด็กจำ เขาจะจำว่า เขารู้สึกดี อารมณ์ดี รู้สึกไว้ใจกับคนรอบข้าง รู้สึกมีความแน่นอนในชีวิต รู้ว่ามีคนรักเขา อยากอยู่กับพ่อแม่ เขารู้สึกไว้ใจพ่อแม่”
         เดือนซึมซับความรักได้ดีที่สุด
         เด็กแรกเกิดเมื่อได้พัฒนาองค์ร่วมทั้งกล้ามเนื้อมัดใหญ่ มัดเล็ก ประสาทสัมผัสที่ทำให้เกิดการเรียนรู้ต่อมา ส่งผลถึงการมองเห็น รับลิ่นรับรส ได้ยินเสียง ผิวสัมผัส เมื่อทารกได้รับสัมผัสต่างๆ จะส่งสัญญาณไปที่สมอง ทำให้สมองเกิดการเรียนรู้สิ่งต่างๆ ตั้งแต่ทารกอยู่ในครรภ์มารดาเลยก็ว่าได้ ทารกจะสามารถจับเสียงพ่อแม่ได้ การกระตุ้นด้วยเสียง แสง ในระยะตั้งครรภ์ทำให้สมองเจริญเติบโตได้เหมือนกัน เมื่อคลอดแล้ว พ่อแม่มองหน้าลูก ส่งสายตากับลูก ทำปากให้ลูกเห็นมันทำให้เด็กเกิดการเรียนรู้ ส่งสัญญาณทำให้สมองเจริญเติบโต
          “เมื่อพ่อแม่โอบกอด หอมทารก ทารกจะรู้สึกปลอดภัย ช่วยกระตุ้นประสาททำให้เด็กพัฒนาในด้านอื่นๆ ได้ดี ถ้าพ่อแม่ทำได้แบบนี้เด็กไม่ค่อยมีปัญหา ช่วยลดปัญหาให้น้อยลง” พญ.สุนิดา กล่าว
 เด็กที่ผูกพันกับแม่ มีแนวโน้มเติบโตเป็นเด็กดี
          ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยาเด็กที่ไปร่ำเรียนมาจากประเทศสหรัฐอเมริกา ดร.แอนนี่ เลิศอัษฎมงคล ดีกรีปริญญาโทและเอก สาขาจิตวิทยาการให้คำปรึกษา มหาวิทยาลัยแห่งซานฟรานซิสโก รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา ปัจจุบันเธอเป็นผู้บริหารโรงเรียนสอนภาษา เลิฟ อิงลิช สคูล และสถาบัน Baby Language Thailand By DBL ดร.แอนนี่ กล่าวว่า ตามทฤษฎีฝรั่งให้ความสำคัญกับเด็กในช่วง 012 เดือนเช่นกัน และยืดเวลาออกไปถึงอายุ 3 ขวบ ซึ่งเป็นช่วงวัยที่พ่อแม่จะต้องเติมเต็มความรักในหัวใจเด็กให้เต็มที่
          “ช่วงวัย 0-12 เดือน ทฤษฎีฝรั่งกล่าวว่า มนุษย์เราเกิดมาเป็นสิ่งที่อ่อนแอที่สุดในโลก ไม่สามารถคลานไปหาอาหารกินได้เหมือนสัตว์ชนิดอื่นๆ พ่อแม่คือคนสำคัญที่จะทำให้เขาเติบโตขึ้นมาได้ และสัมผัสแห่งความรักเหมือนเป็นน้ำหล่อเลี้ยง เติบโตงอกงามเป็นคนที่สมบูรณ์ หากเด็กวัย 0-12 เดือน ได้รับความรักเต็มที่แล้ว เด็กจะมีแนวโน้มเติบโตมาเป็นเด็กดีมากขึ้น



วันนี้เป็นการเรียนชดเชยอาจารย์ให้ทำกิจกรรมกลุ่มเกี่ยวกับความต้องการของเด็กปฐมวัยและวิธีการส่งเสริมของพ่อแม่และครูในแต่ละด้าน ให้เขียนเป็นแผนผังความคิดลงในกระดาษแล้วนำเสนอ ท้ายคาบอาจารย์ได้บอกข้อสอบกลางภาค




*ภาพบรรยากาศในห้องเรียน







บันทึกอนุทินครั้งที่5

    บันทึกอนุทินครั้งที่ 5     


วันศุกร์  ที่   22  กุมภาพันธ์  2562
    เวลาเรียน  08:30  -  11:30  น .
 อาจารย์ กฤตธ์ตฤณน์  ตุ๊หมาด   


         วันนี้เรียนเรื่องการอบรมเลี้ยงดูเด็กปฐมวัย

            การอบรมเลี้ยงดูเด็กปฐมวัย มีจุดมุ่งหมายสูงสุด คือ ต้องการเห็นเด็กเจริญเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีอนาคตรุ่งเรือง มีความสุขและความสำเร็จในชีวิต ปัจจัยที่เป็นเหตุที่ทำให้เกิดผลดังกล่าวนั้นมีมากมายหลายประการด้วยกัน หากแต่องค์ประกอบที่สำคัญยิ่ง คือ ครอบครัว เพราะไม่ว่าจะเชื้อชาติใด วัฒนธรรมหรือศาสนาใด การเจริญเติบโตของเด็กทั้งทางร่างกายและจิตใจ ต่างก็มีรากฐานมาจากประสบการณ์ภายในครอบครัวของตนเองทั้งสิ้น
ความสำคัญในวัยเด็ก    

             
  วัยแรก ๆ ของชีวิต เป็นวัยที่เด็กมีการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว ทั้งทางร่างกายจิตใจและอุปนิสัย ถ้าพ่อแม่ต้องการให้เด็กเป็นเด็กดี ก็ต้องปลูกฝังอุปนิสัยหรือสอนกันตั้งแต่ตอนอายุ 6 – 7 ปี  พ่อแม่จึงเป็นบุคคลสำคัญยิ่งในการกำหนดทิศทางการพัฒนาของเด็กนอกจากการสอนหรืออบรมสิ่งที่ดีและการเป็นตัวอย่างที่ดีแก่เด็กแล้ว สิ่งที่พ่อแม่มักมองข้ามคือ ท่าทีของพ่อแม่ที่แสดงต่อเด็ก ซึ่งเป็นประสบการณ์ตรงที่เด็ก ๆ ได้รับไม่ว่าจะเป็นประสบการณ์ทางบวกหรือลบ วัยแรก ๆ ของชีวิตเป็นวัยที่ละเอียดอ่อน จำเป็นที่แม่ต้องเรียนู้ และให้ความสนใจเด็กมากเป็นพิเศษ














*ภาพบรรยากาศในห้องเรียน




บันทึกอนุทินครั้งที่16

   บันทึกอนุทินครั้งที่ 16       วันศุกร์  ที่  3 พฤษภาคม 2562      เวลาเรียน  08:30  -  11:30  น .  อาจารย์ กฤตธ์ตฤณน์  ตุ๊หมา...